[short fic] How long we alive? What about we do?
posted on 08 Feb 2009 17:57 by juon in Ghost-Novelandfictionเป็นฟิกแซวโนเวลตัวเองอีกทีหนึ่ง.......... อ่านไปขำๆ อย่าคิดมากนะคะ
-----------------------------
อังเดรมองเซเกรที่นอนแกร่วอยู่บนเตียงอย่างเอือมระอาเต็มทน นี่เป็นปีที่เจ็ดร้อยแล้วที่เขาทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันมา เซเกรมักจะทำตัวอืดอาดอยู่เสมอ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาอยู่มานานแล้ว
จริงๆ แล้วพวกเขาทั้งคู่เป็นแวมไพร์
อังเดรถูกเซเกรทำให้กลายเป็นแวมไพร์เมื่อประมาณเจ็ดร้อยปีก่อน สาเหตุเพราะอะไรเขาไม่อยากจะคิดถึงมันมากนัก ตอนนี้ปัญหาคือเขากำลังรู้สึกเบื่อกับพฤติกรรมเอื่อยเฉื่อยของผู้ที่นอนอยู่บนเตียงเต็มที
"นี่ เซเกร เมื่อไรคุณจะทำตัวกระตือรือร้นบ้าง วันๆ นอนแบะแฉะอยู่แบบนี้ไม่เบื่อหรือไง"
นัยน์ตาสีทองปรือขึ้นมาอย่างสงสัย
"ทำไมล่ะ? เธอเบื่อรึ?"
เขาเอ่ยอย่างแปลกใจ ก่อนจะหลับตาลงต่อ อังเดรลุกพรวดขึ้นจากโซฟาทันที และเริ่มออกแรงเขย่าร่างที่นอนอย่างขี้เกียจนั้น
"เธอจะปล่อยให้ฉันนอนอย่างสงบสักวันไม่ได้หรือไง"
ผู้ที่นอนอยู่เอ่ยขึ้นอย่างรำคาญ อังเดรทำหน้ามุ่ย นั่งปุลงบนเตียง ตอนนี้ก็เป็นเวลาดึกแล้ว แต่อีกฝ่ายยังไยอมลุก
"ทำไมคุณเป็นคนแบบนี้นะ ทำตัวเหมือนต้นไม้หรือเต่าเข้าไปทุกที"
ผู้ที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าตั้งข้อสังเกต และอีกฝ่ายดูเหมือนจะยอมรับแบบนั้น
"ฉันอาจจะเหมือนพวกนั้นก็ได้ ก็อยู่มานานแล้วนี่นา"
อังเดรเชิดหน้า นัยน์ตาสีแดงบ่งบอกว่าไม่พอใจกับคำตอบนั่นเท่าไรนัก
"งั้นก็เชิญคุณนอนไปเลย คอยดูเถอะ สักวันหนึ่งคุณต้องเปลี่ยนจากแวมไพร์ไปเป็นเต่าแน่ๆ"
เซเกรพยักหน้าหงึกหงัก เขาไม่อยากจะใส่ใจกับอารมณ์ของอีกฝ่ายนัก ความจริงแล้วอังเดรก็น่าจะรู้ว่าอีกไม่นานเขาก็จะตื่นขึ้นมาเอง
ใช่ล่ะ ไม่นานหรอก
เซเกรลืมตาขึ้น และพบว่าภูมิทัศน์ในห้องเปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นห้องมืดๆ ในโรงแรมตามปกติที่เขาเช่าอยู่ ตอนนี้มันกลายเป็นอะไรซักอย่างที่เหมือนกับโขดหิน ทำให้แวมไพร์ผู้มีนัยน์ตาสีทองและเรือนผมสีดำสนิทคิดว่า เขากลับมาอยู่ในปราสาทเก่าของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง แต่ว่า เขายกปราสาทนั้นให้อเล็กซ์ที่เป็นอดีตทาสของเขาไปแล้วนี่นา
เซเกรขมวดคิ้ว เขามองเห็นผักบุ้งวางอยู่ข้างหน้า
ทำไมมันถึงรู้สึกน่ากินจังนะ
เขาคิด และเดินไปงับผักบุ้งนั้น ทันใดนั้นเซเกรก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
เขาดื่มเลือดมาตลอด ทำไมวันนี้จู่ๆ ดันเกิดอยากกินผักบุ้ง!!
เซเกรหันมองไปรอบๆ มีแต่โขดหิน เขามองไม่เห็นวี่แววของอังเดร คู่ชีวิตที่เขาลงทุนทำให้กลายเป็นแวมไพร์ที่อยู่ด้วยกันมาหลายร้อยปี
เซเกรอยากจะตะโกนเรียกหาอังเดร แต่ติดที่ผักบุ้งในปากยังเคี้ยวไม่หมด เขาจึงคิดว่าน่าจะออกเดินตามหาแทน
แต่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!
จู่ๆ ขาของเขาก็หดสั้นจนเดินได้เตาะแตะๆ แถมยังกลายเป็นมีสี่ขาอีก
หรือว่า?!!
เซเกรเพิ่งสำเหนียกว่าตอนนี้เขากลายเป็นเต่า คำสาปแช่งของอังเดรเป็นความจริงรึ?!!!
ขณะที่กำลังตื่นตกใจอยู่นั้น เสียงคนเดินผ่านพงหญ้าก็ดึงความสนใจของเต่าเซเกรไปเสียสิ้น เต่าน้อยที่เคยเป็นแวมไพร์ที่อยู่มานานจนไม่ทราบอายุ ยืดคอของมันขึ้นเท่าที่จะทำได้ และ ที่เดินอยู่นั่น
อังเดร!!
เซเกรอยากจะร้องตะโกนเรียกชื่อนั้น แต่ติดว่าผักบุ้งยังเต็มปากอยู่ แต่เต่าก็คงไม่สามารถส่งเสียงพูดอย่างมนุษย์ได้ อังเดรที่มีเรือนผมสีเงินยวงที่แสนสวยงามนั้น เดินผ่านเขาไปอย่างไม่สนใจ เซเกรพยายามคลานสี่ขาตามอังเดรไปอย่างเต็มที่ อังเดรเหลือบนัยน์ตาสีแดงเพลิงของเขามามองเต่าประหลาดที่พยายามจะวิ่งแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่นะ!!!
เซเกรตะโกนในใจ เขาอยากจะกอดอังเดร แต่ว่าตอนนี้ไม่มีแขนแล้ว มีแต่ขาสั้นๆ กับกระดองหนักๆ ไปไหนก็ลำบาก แถมยังต้องกินผักบุ้งอีก ซึ่งเป็นเรื่องทีเซเกรคิดว่าแย่กว่าการกินเลือดมนุษย์
เต่าเซเกรวิ่งตามเด็กหนุ่มอังเดรไปอย่างไม่มีทางเลือก ยิ่งวิ่งอังเดรยิ่งห่างออกไป ในที่สุดเต่าน้อยก็หมดแรง ล้มปุลงทั้งกระดองอย่างนั้น เซเกรร้องไห้ น้ำตาไหลเหมือนเผาเต่า ก็ตอนนี้เขาเป็นเต่านี้นา
เต่าเซเกรสวดมนต์อ้อนวอน ต่อพระเจ้าหรือซาตาน อะไรก็ได้ที่เห็นใจเขาในตอนนี้ เขาอาจจะเป็นเต่าที่กำลังจะตาย เพราะผืนวิ่งมากไปจนขาเจ็บ กระดองทับ น้ำตาไหล แต่ว่าก่อนจะตาย เต่าน้อยเซเกรมีคำอธิฐาน
เขาอยากให้อังเดรกอดเขาไว้ก่อนตาย
เต่าน้อยน้ำตาไหล เฝ้าสวดวิงวอนอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง ลำแสงสีเงินยวงสาดส่องลงมาจากบนฟ้า เจ้าเต่าเงยหน้าขึ้นมอง และอ้าปากด้วยความดีใจ
อังเดร
ผู้มีเรือนผมสีเงิน อยู่ในชุดสีขาวโพลนขมวดคิ้วเมื่อเห็นเต่าที่นอนแบะแฉะอยู่ และเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าไม่ใช่อังเดร ข้าเป็นพระเจ้า ข้าได้ยินคำอธิฐานของเจ้า แต่ไฉนเลยกลายเป็นคำอธิฐานของเต่าแก่ และแบะแฉะเช่นนี้"
เจ้าเต่าเซเกรน้ำตาไหลพรากๆ เขาดีใจจนไม่ได้ฟังสิ่งที่พระเจ้าพูด เข้าใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นอังเดรแน่ๆ
"ได้โปรดเถอะ อังเดร ฉันกำลังจะตาย อยากให้เธอกอดฉันเป็นครั้งสุดท้าย"
เจ้าเต่าอ้อนวอน พระเจ้าขมวดคิ้ว มองดูเต่าตัวใหญ่ที่ท่าทางแบะแฉะนั้น
"เจ้าไม่ตายหรอก ถ้าจะตายก็เพราะความเอื่อยเฉื่อยแบะแฉะของเจ้าเองนั่นแหละ"
แต่เต่าเซเกรไม่ฟัง ทั้งร้องไห้และรบเร้าให้พระเจ้าอังเดรกอดตัวเองให้ได้ พระเจ้าขมวดคิ้วสีเงินคู่งามนั้นอีกครั้ง ก่อนจะหยิบเต่าขึ้นมา
และ ขว้างออกไป
เซเกรน้ำตาไหลพราก
ไม่นะ
อังเดรต้องไม่ทำกับเขาแบบนี้
พลัก!!!
เสียงดังขึ้นเมื่อร่างหนักๆ หล่นกระทบพื้น
นัยน์ตาสีทองลืมขึ้นมาอย่างตกใจ เขาอยู่ในห้องของตัวเอง แต่กำลังอยู่บนพื้น เซเกรสำรวจแขนขาของตน มันยังปกติ เมื่อเงยมองขึ้นไปก็เห็นอังเดรหวานใจยืนทำหน้าเอาเรื่องอยู่
"จะตื่นได้หรือยัง นอนอืดแล้วยังโวยวายอีก"
ดูเหมือนว่าอังเดรจะรำคาญที่เซเกรละเมอ เลยถีบเขาลงจากเตียง แต่เซเกรไม่สนใจแล้ว เขาโผเข้ากอดอังเดร เอาหน้าถูไถอย่างคิดถึงที่สุด
"อังเดร ฉันขอโทษ ฉันไม่อยากเป็นเต่าล่ะ เพราะฉะนั้นอยู่ให้ฉันกอดเถอะนะ"
อังเดรตาเหลือก เมื่อพบว่าเซเกรคลานกลับขึ้นไปบนเตียงอีกครั้ง และคราวนี้ลากเขาไปนอนด้วย
"ยังนะนอนอีกรึ!!"
เขาตวาดเสียงเขียว เซเกรทำหน้าอ้อน
"ก็ฉันอยากกอดเธอนี้ เมื่อกี้ฉันฝันร้ายมากเลย"
อังเดรขมวดคิ้ว มองหน้าผู้ที่อ้างว่าตัวเองฝัน
"ฝันรึ?!! งั้นฝันอีกรอบดีไหม คราวนี้ให้คุณเป็นต้นไม้ไปเลย เต่าน่ะดูจะเอื่อยเฉื่อยน้อยไปสำหรับคุณสินะ"
เซเกรทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เขากอดอังเดรไว้แน่น
ไม่เอาแล้วทั้งเต่าทั้งต้นไม้นั่นแหละ ขอกอดเธอดีกว่า~
------------------------------------------
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "เฉื่อยยังไงก็เฉื่อยอย่างนั้นแหละ" (แล้วได้ประโยชน์อะไรเนี่ยXD)
แถมรูปสองหนุ่ม เอาไปดูเล่นขำๆ ประกอบเรื่อง
เซเกรเวอร์ชั่นที่ยังไม่เป็นเต่า
และน้องหนูอังเดรตอนที่ยังไม่โมโห
ไปล่ะ เอิ๊กๆ~
คอมมเมนต์แรกรึเปล่าเอ่ย
^o^ ฮาแตกเป็นคำตอบสุดท้ายค่า
อ่านแล้วท้องแข็งงงงง
#1 By cassia (203.153.173.188) on 2009-02-08 21:23