[Talk]คอสเพล : คอสดีคอสเหมือนคืออะไร?
posted on 07 Feb 2008 20:53 by juon in Ghost-Talking
หุๆ จริงๆว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาประมานสองอาทิตย์แล้วล่ะค่ะ แต่ติดเหตุหลายอย่าง วันนี้ว่าง(หรอ?) เลยเอาลงเลยแล้วกัน รู้สึกว่าจะมีเรื่องคาใจและเข้าใจผิดกันหลายๆ อย่างเกี่ยวกับคอสเพล
เรื่องที่จะเขียนวันนี้คือเรื่องการคอสเพลยังไงถึงเรียกว่าเหมือน หรือคอสยังไงเรียกว่าคอสดี คอสมีคุณภาพ
ย้ำก่อนว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัว ยังไม่คุยกับใครมาก่อน แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางให้คนที่เข้าใจอะไรผิดหรือแปลความหมายอะไรผิดไปเข้าใจมากขึ้น
เดี๋ยวนี้เหมือนจะได้ยินข่าวร่ำลือ(?)มาว่า เกิดกระแสร์การติฉินนินทากันในหมู่นักคอส (หรือคนติอาจจะไม่ใช่ เป็นแค่เกรียนที่ไม่เคยคอสแต่อยากติ) ว่าคอสมาไม่เห็นเหมือน ทำออปไม่เห็นเก่ง ชุดไม่เห็นสวย สู้คนนั้นคนนี้ไม่ได้ บางทีอาจจะทำให้คนที่ได้ยินเกิดอาการเฟลแดก ถึงขั้นเลิกคอส ร่ำไห้กลับบ้านไปเลย(อาจจะมี) แต่อยากให้คนที่มีความคิดแบบนี้อยู่ลองมองลึกๆ ว่า จริงๆแล้วประเด็นของการคอสเพลคืออะไรกันแน่
มันคือการได้แต่งเป็นตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะมาจากดารา ภาพยนตร์ อนิเม มังงะ โดยการพยายามศึกษาตัวละครนั้นๆ และใช้ความพยายาม มานะ อุตสาหะ เสาะแสวงหา ใช้มันสมอง เพื่อสร้างสรรค์ชุดเหล่านั้นขึ้นมาให้ดูเหมือนและคล้ายกับตัวละครตัวนั้นมากที่สุด
หากเราพยายามในสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่จะตามมาแน่ๆ คือ ความรู้สึกภูมิใจ แต่แน่นอนว่าคนอีกหลายๆ คนที่มักจะติคนอื่นว่าชุดไม่เหมือนหรือคอสไม่ดี อย่างนั้นอย่างนี้ ลืมมองไปถึงความพยายามและตั้งใจของนักคอสคนนั้น เราคิดว่าคนเหล่านี้คือคนที่ไม่เคยคอส เคยแต่มองคนนั้นคนนี้แล้วจับมาเปรียบเทียบ เพราะถ้าคุณเคยลองทำชุดคอสเองซักชุดหนึ่ง คุณจะรู้ว่ามันต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนเพื่อที่จะทำออกมาให้มันเหมือน
เอาล่ะ เรายอมรับว่าคนเราแต่ละคนมีความสามารถไม่เท่ากัน บางคนอาจจะพยายามแล้ว ได้แค่นี้ ไม่เหมือน คนดูไม่ออก รู้สึกเฟล เราไม่ได้ว่าหรือดูถูกคนที่ไปจ้างหรือไปซื้อออปชั่นที่เขาทำขายมาประดับชุด ไม่ได้ดูถูกคนที่ตัดชุดเองไม่เป็นต้องไปจ้างร้าน เรารู้ว่าตัดเสื้อมันวุ่ยวาย ค่าเรียนแสนแพง สิ่งเหล่านี้เราขอเปรียบเทียบว่ามันเหมือนกับเรื่องทานอาหาร เรามีเตามีตู้เย็นอยู่ในบ้าน นั่นคือเรามีมือมีสมอง สามารถทำออปได้ แต่บางทีอาหารที่เราทำ อาจจะไม่อร่อย หรือออปที่เราทำอาจจะไม่สวย คนที่ทำออปชั่นขายก็เหมือนคนทำอาหารตามร้าน เป็นทางเลือกให้กับเรา เราพูดออกอากาศตรงนี้เลยก็ได้ว่าอีกไม่นานเราจะทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านคอสเพล แต่ก็ยังแนะนำให้ทุกคนพยายามลองทำกันเองอยู่ดี เราเคยขึ้นวิธีทำออปชั่นเอาไว้สองสามอย่างในบล็อก ซึงถ้าใครเคยเข้าไปดูจะรู้ว่ามันไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย เป็นสิ่งง่ายๆ ใกล้ๆตัว แค่เราดัดแปลงนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว
แต่ความคิดที่ว่าต้องคอสให้เหมือน และต้องหาซื้ออะไรต่อมิอะไรให้เหมือน หรือต้องทำอะไรต่อมิอะไรให้เหมือนนั้น เราว่ามันเป็นความคิดที่บางทีก็เป็นผลเสียได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง
เลเยอร์A เป็นเลเยอร์ที่พอมีฐานะ และมีเงินเก็บ สามารถใช้จ่ายเงินค่าวิกและค่าคอนแทคเลนส์ที่ต้องสั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศได้ ทำให้เวลาคอสดูเหมือนและใกล้เคียงตัวละครนั้นๆมากยิ่งขึ้น
เลเยอร์B เป็นเลเยอร์ที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง แต่อยากจะคอสให้เหมือน แบบมีอุดมการณ์ เราต้องคอสให้ได้เหมือนเลเยอร์A พยายามหาเงินหาทองมาซื้อของให้เหมือนอย่างเลเยอร์A แต่ผลคือบ้านมองว่าเป็นการกระทำที่สิ้นเปลือง ทำให้เลเยอร์Bเริ่มมีปัญหากับทางบ้าน เป็นเรื่องราวใหญ่โต
สองตัวอย่างนี้สมมตินะจ๊ะ แต่คิดว่ามันมีแล้วจริงๆในสังคมคอสตอนนี้ ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า สังคมคอสเป็นสังคมของคุณหนู ต้องมีเงินถึงจะคอสได้ ซึ่งเราถือว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก มันคือความเข้าใจที่สามารถทำให้สังคมคอสทั้งสังคมเสื่อมลงได้ในอีกไม่นานเลยทีเดียว เพราะเมื่อมองกันแบบนี้ คอสเพลก็จะกลายเป็นเรื่องสิ้นเปลือง เป็นเรื่องของการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เป็นเรื่องของคนมีฐานะ จะยิ่งไปกันใหญ่ ไหนล่ะที่เคยบอกว่าคอสเพลมีประโยชน์ มีแต่เสียกับเสีย
เอาล่ะ มาถึงตอนนี้ทุกคนเริ่มเห็นอะไรบ้างไหมคะ ว่าจุดเริ่มต้นของประเด็นนี้มันอยู่ตรงไหน ประเด็นมันอยู่ที่เสียงนกเสียงกาที่เราได้ยินกระทบหู แล้วทำให้คิดมาก (เราพูดอย่างนี้แรงไปหรือเปล่านะ?) แต่เราอยากให้คิดว่า ถ้าท่านทุ่มเทกับการทำชุดมาเต็มที่แล้ว ก็อย่าไปเสียใจกับเสียงของคนพวกนี้หรือสายตาของคนพวกนี้เลยค่ะ มันคือการเอาความพยายามทั้งหมดของคุณและความตั้งใจของคุณ ไปทิ้งกับพวกกากเดนที่ดีแต่วิจารณ์แต่อาจจะยังไม่เคยลงมือเล่นคอสเพลด้วยตัวเอง
เราขอยกตัวอย่างง่ายๆ ตัวอย่างเช่นกลุ่มวันพีชที่แต่งมาในงานCP9 ถึงเราจะไม่ได้มีโอกาสถ่ายรูป เพราะเรามัวแต่วุ่นวายบ้าบอคอแตกอยู่หลายอย่าง แต่เราก็ชื่นชมกลุ่มนี้นะคะ เราชื่นชมในความพยายาม พวกเธอหรือเขาเหล่านั้น ไม่ได้เป็นดาวเด่นในวงการคอส แต่เรามองเห็นความพยายามในการแต่งเป็นตัวละครตัวนั้นๆ และสามารถแสดงให้เห็นถึงคาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวออกมาได้ (ขอพาดพิงนะคะ แหะๆ แต่เราชอบจริงๆค่ะ)
เขียนจบกลับมานึกถึงประเด็นของการคอสแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำกันต่อ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นเรื่องวิกผม ถ้าเกิดร้านไม่มีทรงที่ใช่ไม่มีสีที่ถูกใจ ทำยังไงดี
ก. หาทรงใกล้เคียง
ข. ต่อเอาดีมั๊ย เดี๋ยวนี้มีผมต่อขาย กาวก็มี บางคนอาจจะบอกไม่เคยต่อ กลัวพัง ไม่ลองก็ทำไม่เป็นหรอกค่ะ แนะนำว่าต้องลอง
ค. หาวิกสีที่ใกล้เคียง หรือหาวิกสีอ่อนๆมาทำสีใหม่ อาจจะมีคำถามอีกว่าทำสียังไง สเปรย์ฉีดผมสีมีขายที่ประตูน้ำน่ะค่ะ กระป๋องละ70บาท ฉีดแล้วติดวิกไปแบบแทบซักไม่ออก ไม่ก็ลองใช้สีย้อมผ้าเย็นดูก็ได้ค่ะ แนะนำว่าถ้าไม่เคยให้ลองค่ะ ของแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ เอิ๊กๆ ถ้าคนเราไม่ทดลองโลกคงไม่เจริญขนาดนี้หรอกเนอะ จริงมั๊ย?
ง. ทำไงดี มันหาไม่ได้แล้ว เอาเท่าที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วกัน ถือว่าเรื่องวิกเราคอนโทรลไม่ได้ ขืนให้สั่งจากนอกมาอาจจะต้องจำนำเครื่องคอมพ์ไปซื้อวิก หรือไม่ก็ตัดใจไปคอสตัวอื่นที่มีวิกสีนั้น หรือถ้าไม่ได้ ก็ไม่คอส เป็นอันจบประเด็น
พูดถึงเรื่องวิกแล้วมาพูดถึงเรื่องเสื้อผ้าบ้างดีกว่า อันนี้ยิ่งจำเป็นและสำคัญสาหัสสากรรจ์ แน่นอนว่าเลเยอร์ในไทยนั้น80% ไม่ได้ตัดเสื้อด้วยตัวเอง ต่างจากเลเยอร์ที่ต่างประเทศ ซึ่งนี่ก็ไม่ถือว่าเสียหาย เพราะเราเข้าใจว่าเด็กไทยแค่เรียนอย่างเดียวก็หัวบานแล้ว สำหรับเรื่องร้านตัดเสื้อนั้น เรายอมรับว่าเราไม่เคยตัดร้าน เพราะชุดเราทั้งหมดคุณแม่เป็นคนตัดให้ บางชุดเราก็ตัดเอง แต่ถ้าให้เราแนะนำเราคงบอกร้านไม่ได้ คงบอกได้แค่วิธีแกะแบบชุดเพื่อที่จะให้ช่างเข้าใจกับชุดของเรา เราได้ยินว่าหลายๆคนเอาแค่แบบจากรูปอิลลัส หรือรูปในคอมิคไปให้ช่างดู หรือหนักกว่านั้นคือเอารูปชุดของคนที่คอสไปแล้วไปให้ช่างดู เราพูดในฐานะที่เป็นคนตัดเสื้อ ช่างตัดเสื้อเค้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวละครตัวนั้นๆของคุณหรอกค่ะ การที่จะเอาแต่รูปไปให้ดูอย่างเดียวนั้นอย่าหวังเลยว่ามันจะออกมาเหมือน ทางที่ดีเราควรจะวาดรายละเอียดของชุด ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เอาแบบชัดๆ ว่าทำอะไรตรงไหนบ้าง แล้วไปคุยกับช่าง ทำความเข้าใจกับช่าง จะเป็นวิธีที่เราสามารถได้ชุดมาใกล้เคียงที่สุด และขอแนะนำว่านิสัยช่างตัดเสื้อคือดองแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้น ควรกำหนดเวลาเอาชุดก่อนวันคอสจริง1สัปดาห์จะดีที่สุด (เอ..พูดในเรื่องที่ทุกคนรู้กันอยุ่แล้วหรือเปล่าหว่า..)
แล้วก็มาจบที่เรื่องสุดท้ายที่เป็นประเด็นใหญ่ใจความ คือเรื่องออปชั่น... ถามว่าเราทำออปครั้งแรกมันสวยเท่าที่ทำตอนนี้หรือเปล่า ไม่เลยนะ ชุดคอสของเราชุดแรกแทบจะไม่มีออปชั่นเลย มันเป็นการทดลองทำและหาวิธีการใหม่ๆไปเรื่อยๆ สวยบ้างพังบ้าง แต่สรุปสุดท้ายมันก็ออกมาเป็นแบบที่ท่านๆ เห็น โดยส่วนตัวเราไม่ได้ติหรือรังเกียจคนที่หาซื้อออปชั่น แต่เรารังเกียจค่านิยมที่ว่าออปชั่นต้องซื้อต้องสั่งมาจากนอก มันคือค่านิยมที่เราเขียนไว้ด้านบนแล้วว่ามันจะทำให้สังคมคอสตกต่ำลง อย่างที่ว่า การขายออปมันก็เหมือนกับการเปิดร้านขายอาหาร มันขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เป็นวิจารณ์ญาณของคนซื้อ การซื้อออปชั่นเราไม่ได้มองว่าผิด ถ้ามันไม่ทำให้รู้สึกเดือดร้อนหรือดูสิ้นเปลือง มีหลายคนเคยมาปรึกษาวิธีทำออปชั่นกับเรา ซึ่งเราบอกเลยว่าเรารับปรึกษานะคะ แต่ถ้ามีมากๆอาจจะคิดค่าเสียเวลา จะได้เอาเงินไปผ่อนบ้าน (อิอิ) แล้วส่วนใหญ่เรามักจะได้คำตอบมาว่า ไม่เคยทำ ไม่เคยลอง ทำไม่เป็น.... เอ่อ..แล้วถ้าไม่ลอง ไม่ทำ จะทำเป็นมั๊ยคะ หนูไม่ได้ทำออปชั่นเป็นมาตั้งแต่เกิดนะคะ คนเราต้องมีเคยลองเคยพลาด เล่นคอมพ์มาตั้งแต่ม.1ทำคอมพ์พังไปก็หลายรอบ ได้ความรู้เรื่องคอมพ์มาก็เยอะ(เพราะทำพัง)
ประเด็นที่เราอยากจะบอกคือ เราอยากจะให้พวกท่านๆ ลองพยายามดูก่อน ถ้ามันไม่ไหว คือทำกับข้าวแล้วมันกินไม่ได้จริงๆ ร้านขายข้าวก็คืออีกทางเลือกหนึ่งของท่านค่ะ อย่างที่พูดไปล่ะค่ะ มันเป็นทางเลือก จะเลือกหรือไม่เลือกมันก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง
มาถึงตรงนี้ อยากให้ทุกคนหันมามองคอสเพลและเลเยอร์กันใหม่ อย่ามองแค่คอสเหมือนหรือไม่เหมือน หรือเห็นแค่เค้าคอสแล้วคล้ายเรื่องนั้นก็เหมาไปเลยว่าไม่เห็นคอสเหมือน ถ้าไม่รู้จริงๆ เดินไปถามก็ได้นะคะ เราว่าเลเยอร์เค้าคงไม่กัดหรอกค่ะ คนเหมือนกัน
เรามามองเหล่าเลเยอร์คอส ในด้านของความพยายาม และความตั้งใจกันดีไหมคะ คิดว่าน่าจะดูกันไม่ยากหรอกค่ะ แค่วิธีโพสท่าก็เดาได้แล้วว่าเค้าตั้งใจ ส่วนเรื่องชุดก็คิดว่าน่าจะดูไม่ยากอีกล่ะค่ะ เราเชื่อในวิจารณญาณของคุณๆ ค่ะ^_^
ใครมีความคิดเห็นอะไรเสนอกันมาได้นะคะ ยินดีรับฟังค่ะ
*ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
--------------------------------
เครดิท
จากบล็อกพี่กุ๊กกิ๊ก เป็นเอ็นทรีย์ที่ดีมากๆค่ะ
edit @ 8 Feb 2008 06:23:33 by Ju~oN
เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า
"คนไทยมัวแต่วิพากษ์วิจารย์คนอื่น แต่ตัวเองไม่ค่อยจะริเริ่มทำอะไรขึ้นมาซักเท่าไหร่ เมืองไทยก็เลยเจริญช้ากว่าหลายๆประเทศ"
จริงๆก็น่าเอามาคิดนะ ว่าทำไมเราไม่เอาเวลาที่คอยจะจ้องจับจุดผิดคนอื่นไปทำอะไรของตัวเองดีๆบ้าง
เราก็เคยคอสเพลแล้วก็ต้องมาจบลงเพราะคนพวกนี้เหมือนกัน
คิดแล้วก็เศร้าฮู้= 3=
#1 By kaori_hero on 2008-02-07 22:25